อาชีพขายผัก ผลไม้ และปลา เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีเกียรติในสายตาของคนอื่น แต่ชายผู้นี้ เป็นหนุ่มโสดชาวเกาหลี สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กลับรัก และหลงใหลในอาชีพขายผัก ผลไม้ และปลา เป็นชีวิตจิตใจ เขาขายจนเป็นมหาเศรษฐี … เหลือเชื่อหรือไม่

เขาต้องตื่นตั้งแต่ ตี 2 ครึ่ง ในทุกวัน เพื่อไปเลือกซื้อผัก ผลไม้ และปลา เพื่อนำมาขายด้วยตนเอง เขาทำงานด้วยความสุขเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีที่สุด และร้านเขามีชื่อเสียง จนมีลูกค้าจากที่ไกล ๆ มาอุดหนุน ไกลถึงญี่ปุ่นเลยก็มี

ความมุ่งมั่นอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ ต้องใช้กลยุทธ์เด็ด ๆ แปลก ๆ มากมายในการบริหาร เขาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้พนักงานทุกคน จนพนักงานในร้านรู้สึกมีส่วนร่วม เสมือนว่าเป็นเจ้าของร้านคนหนึ่งเหมือนกัน ทำให้ทุกคนทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่

เขาผู้นี้ คือ … อียองสอก

มารู้จักกับประวัติสั้น ๆ ของเขาสักเล็กน้อย

เขาเริ่มเร่ขายปลาหมึก โดยไม่มีเงินเลย หลังจากจบมหาวิทยาลัย เขาเข้าทำงานในบริษัทอีเวนต์ แต่ลาออกเพราะรู้สึกสิ้นหวังกับวัฒนธรรมในการทำงานในบริษัทที่ไร้กฎระเบียบ

ปัจจุบัน เขาเป็นเจ้าของร้านขายผัก มีร้านทั้งหมด ๘ ร้านในกรุงโซล เป็นร้านที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศเกาหลี โดยเฉลี่ยพื้นที่ต่อตารางเมตร

อียองสอก ยังเป็นหนุ่มโสด อายุเพียง ๓๐ ปีเศษเท่านั้นเอง และวันนี้ เขาเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว !!คำนิยมแด่ ‘ร้านขายผักของหนุ่มโสด’

ฉันรู้สึกประทับใจกับเรื่องที่เขาเป็นมหาเศรษฐีหลายร้อยล้าน ด้วยความสามารถพิเศษของตนเอง จากที่คนทั่วไปหลีกเลี่ยง มีทัศนคติต่ออาชีพผิดไปฯ

กิมยอนฮวา แผนกการอบรม International Manner Center

ผมรู้จักอียองสอกที่เป็นเจ้าของร้าน มาประมาณ 7-8 ปี แล้ววันหนึ่งก็ต้องตกใจกับความมีชีวิตชีวาที่มีพลังล้นปรี่เสมอ พลังกับการประสบความสำเร็จเป็น เอกลักษณ์ของพวกเขา และอาจเป็นความหวังให้กับผู้คนอีกมากมาย

โจซองยอล
ผู้จัดการธนาคารกุกมิน สาขาแดชี

ฉันรู้สึกว่า จิตวิญญาณ ทักษะ และความชำนาญของร้านขายผักของหนุ่มโสดที่ ยึดมั่นกับสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดเท่านั้น ฉันเห็นอนาคตของประเทศเกาหลี จากความเป็นหนุ่มเป็นสาวของเขาเหล่านี้ ที่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าลูกค้า และดวงตาที่มีความท้าทาย

กิมฮเยเกียง
ประธานบริษัท Pulmuwon Natural Hold

ร้านขายผักของหนุ่มโสด … สด ๆ ใหม่ ๆ พลังที่

พร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา

1 จากหนุ่มโสดที่ไม่มีเงินสักแดงเดียว กลายเป็นมหาเศรษฐีด้วยการขายผัก

2 ลูกค้ามารอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด

3 เจ้าของร้านช่วยดูการจราจรที่หน้าร้านทุกวัน

4 ไม่มีตู้แช่แข็ง เพราะขายปลาได้หมดเกลี้ยงภายในวันเดียว

5 พนักงานมีรายได้ดีเท่ากับการทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ

6 พนักงานได้ไปดูงานต่างประเทศ

7 พนักงานบางคนที่ทำงาน 5 ปีขึ้นไป ได้ไปดูงานต่างประเทศกว่า 15 ประเทศ

8 ท้าทายการขายสินค้าในสต๊อกให้เหลือ 0 % และทำได้สำเร็จ

9 ลูกค้าเชื่อใจมาก ซื้อโดยไม่ถามคุณภาพของผักและผลไม้ ก่อนซื้อสินค้า

10 หากผลไม้ที่ซื้อไปไม่ถูกปากลูกค้า ยินดีรับคืน

11 ร้านเปรียบเสมือนเวที พนักงานเป็นนักแสดง เจ้าของร้านเป็นผู้กำกับ

12 ทุก ๆ วัน ราวกับว่าพนักงานกำลังแสดงนันทา (musical ชนิดหนึ่ง) ให้ลูกค้าดู

13 ลูกค้าจากบุนดัง อินชัน หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นก็ยังมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

14 บริษัทยักษ์ใหญ่ยังต้องรอคิว เพื่อศึกษาวิธีการขาย  จากร้านขายผักของหนุ่มโสดเทคนิคในการบริหารจัดการของ อียองสอก

1 อียองสอก ไม่ได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพียงแค่คนเดียว แต่เขาถือว่า ผู้มีความรู้ในการเลือกผักและผลไม้ทุกคนในตลาดสดการัก เป็นผู้ให้ความรู้แก่เขา  (ตลาดสดการัก เป็นตลาดสินค้าเกษตรกรรมขายส่งที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี)

2 หลังจากที่ลูกค้าซื้อผักและผลไม้คุณภาพดี ที่เขาเลือกเสมือนเป็นตัวแทน รสชาติของลูกค้า จึงมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่อาจลืมรสชาติ ของผลไม้ได้ หลังจากนั้น ลูกค้าจะออกมายืนรอเขา

3 มาตรฐานสำคัญในการเลือกสินค้านำเข้าคือ ความสุกงอมของผลไม้ แม้คุณภาพเท่ากัน แต่รสชาติแตกต่างกันอยู่ที่ความสุกงอมของผลไม้ กล้วยสุก พอดี จะมีจุดดำที่ปลายผล

4 อียองสอก พยายามคิดวิธีที่จะหาลูกค้าให้ได้มากขึ้น ตอนนั้นมีพ่อค้าคนหนึ่งแนะนำวิธีค้าขายให้กับเขา เขาเป็นพ่อค้าขายพริกกวารี (พริกเขียวชนิดหนึ่ง) ด้วยรถกระบะที่ขายมาเนิ่นนาน อียองสอก เห็นรถกระบะขายพริกนี้บ่อย และทุกครั้ง พ่อค้าขายพริกจะตะโกนขาย อย่างสนุกสนาน ด้วยสำเนียงประหลาด ๆ

เสียงนี้ ทำให้คนฟังขำหรืออมยิ้มโดยอัตโนมัติ ที่น่าแปลกก็คือ แม่บ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น ได้ยินเสียง แล้วพูดกันว่า ‘อ้อ ลุงขายพริกมาแล้วนะ’‘จริงด้วย รีบไปดูกันเถอะ’

ทำให้อียองสอก มีความคิดแวบขึ้นมาทันที เสียงสนุกสนานของพ่อค้าขายพริกที่ตะโกนนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถดึงดูดใจลูกค้าได้นั่นเอง พ่อค้าขายพริกขาย ได้เยอะ และดีใจที่ลูกค้ารู้สึกดีและสนุกสนานไปด้วย

5 แตงโมที่ร้านของหนุ่มโสด มีราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่รับรองเรื่องรสชาติได้เพราะแตงโมกี่ลูก รสชาติก็ดีทั้งนั้น ส่วนในรถบรรทุกเจ้าอื่น อาจมีแตงโมรสชาติดี แค่สองสามลูก สู้แตงโมร้านนี้ไม่ได้ เมื่อซื้อแตงโมราคาถูก ก็อาจพบกับเหตุการณ์ที่ต้องโยนแตงโมทิ้งอยู่บ่อย ๆ

6 พูดได้คำเดียวว่า ระบบการหมุนเวียนสินค้า การขนส่งที่รวดเร็วเหนือใครและการรับประกันคุณภาพสินค้า ทำให้มีลูกค้าเข้ามาซื้อเยอะ ผักและผลไม้ จึงจำหน่ายออกไปได้อย่างรวดเร็วทันใจ เวลาในการจัดเก็บสินค้าจึงน้อย ดังนั้นเรื่องความสดใหม่ ก็ไม่ต้องพูดถึง

7 แต่อียองสอก เขาคิดว่า ก่อนจะมีสายตาที่เฉียบคมในการเลือกซื้อผักผลไม้และปลาคุณภาพดีด้วยตนเอง ไม่ว่าใครก็ต้องเคยโดนหลอกมาก่อนทั้งนั้นอียองสอก จึงตั้งใจชิมและตรวจสอบผักและผลไม้ที่อยู่ก้นกล่องด้วยตัวเอง โดยจะพลิกกล่องสินค้าออกมาดู (เป็นที่มาของคำว่า ‘นักฟันดาบ’)

8 อียองสอก ทำงานประมาณ 18 ชั่วโมงต่อวัน ชีวิตประจำวันของเขาปกติจะตื่นตั้งแต่ ตี 2 ครึ่ง ไปถึงตลาดการักประมาณ ตี 3 ด้วยรถมอเตอร์ไซค์จากนั้นจะเดินเลือกผัก ผลไม้ และปลา ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง สินค้าที่เขาเลือกจะถูกส่งไปหน้าร้านฮะนะซังฮเว ซึ่งเป็นร้านขายส่งของบริษัทผลไม้จุงอัง จากนั้นรถบรรทุกจะมาส่งถึงร้านขายผักของหนุ่มโสดระหว่างที่อียองสอก ซื้อสินค้า พนักงานหนุ่ม 8 คน ที่ร้านจะทำความสะอาดร้าน
และเตรียมจัดสินค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อเปิดร้านในเวลา 10 โมงเช้า

เมื่อซื้อสินค้าเสร็จ เขาก็จะกลับไปที่ร้าน เวลามีลูกค้ามาก ๆ จะคึกคักทำให้ การขายมีชีวิตชีวา อียองสอกช่วยขายผักและผลไม้ เหมือนพนักงานคนอื่น ๆหรือจัดการจราจรหน้าร้าน ไม่มีกำหนดเวลาอาหารกลางวันที่แน่นอน หากมีเวลาว่างนิดหน่อยจะผลัดเปลี่ยนกันไปทานอาหารกลางวัน

ร้านจะปิดในเวลา 6 โมงเย็น แต่ใช่ว่างานจะเสร็จสิ้นเพียงแค่นั้น เพราะจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพนักงานและคำนวณยอดขายในวันนั้น ถ้าเสร็จเร็วก็ได้นอน 2 ทุ่ม หรือถ้าช้าหน่อยก็ได้นอนประมาณ 4 ทุ่ม ถือว่าต้องใช้ความ อดทนสูง หากไม่ใช่สิ่งที่ชอบ นับว่าเป็นเรื่องยากทีเดียว

9 ลูกค้าร้านขายผักของหนุ่มโสด มีประมาณวันละหนึ่งพันคน อียองสอกเป็นตัวแทนรสชาติที่ถูกปากของลูกค้าหนึ่งพันคนนั้น ถ้าอยากให้หนึ่งพันคนบอกว่าดีก็ห้ามทำงานแค่เพียงพอใช้ เพราะรสชาติที่ถูกปากสำหรับเขาใช้ความละเอียดสูงและทำไปอย่างเป็นธรรมชาติ และรู้ว่ามาตรฐานการเลือกผลไม้ของอียองสอกนั้นใช้ความพิถีพิถันสูง

10 จริง ๆ แล้ว อียองสอกเป็นลูกค้ารายใหญ่ของพ่อค้าขายส่งอยู่แล้ว ไม่เคย ค้างชำระหรือซื้อสินค้าในปริมาณน้อย ๆ เหมือนพ่อค้าขายปลีกเลย ถ้ามีสินค้า ที่ถูกใจจะซื้อจำนวนมาก แถมจ่ายเงินสดด้วย

11 แม้จะชิมแตงโมแค่ที่ละชิ้น แต่ก็หลายลูก จนดูเหมือนกินแตงโมไปสัก 2-3 ลูก จริง ๆ แล้ว อียองสอก ก็เคยเบื่อ อย่างน้อยก็ช่วง 3 ปีแรก เขาเข้าออกห้องน้ำบ่อย ๆ ตั้งแต่ตี 3 ถึง 10 โมงเช้า เขากินผลไม้ไปหลายอย่าง แต่เมื่อผ่าน3 ปี ก็จะชินไปเอง เขาใช้เวลาเดินตระเวณชิมผลไม้นานกว่า 7 ชั่วโมง เป็นงานที่เหนื่อยเอาการ แถมยังต้องชิมผลไม้ด้วยตัวเองอีกจำนวนมาก ถือว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเลย ทีเดียว

แต่อียองสอกชิมรสชาติ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของลูกค้าหนึ่งพันคน เพราะไม่อยากให้ลูกค้าแม้แต่คนเดียวกลับไปโดยรู้สึกไม่พอใจ จึงต้องเลือกผลไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุด ไม่ใช่งานที่จะยกให้คนอื่นทำแทนได้ ไม่อาจเชื่อใจให้ใครทำแทนได้แม้แต่คนเดียว จะต้องชิมรสชาติจากปลายลิ้นของตัวเองเท่านั้นผลไม้ที่รอให้ชิมนั้นมีมากมาย สตรอเบอรี่ เมล่อนญี่ปุ่น องุ่น มะม่วง ลูกแพร์
พีช แอปเปิ้ล แตงไทย

12 อียองสอก ทะนุถนอมลิ้นของตัวเอง ไม่น้อยไปกว่าผู้เชี่ยวชาญในการ ชิมไวน์เช่นกัน ปกติอียองสอกก็ไม่ค่อยสูบบุหรี่และดื่มเหล้าอยู่แล้ว เพราะบุหรี่ กับเหล้าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ประสาทรับรสของลิ้นมีประสิทธิภาพลดลงภายหลังสังเกตเห็นว่า ระหว่างชิมผลไม้ เขามักจะบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด เพื่อทำให้ปากสะอาดและกำจัดผลไม้ที่เหลือจากการกินไปเมื่อครู่นี้ด้วย ก่อนจะเริ่มชิมผลไม้อื่นต่อไป

เมื่อผ่าแตงโมออกครึ่งหนึ่ง เขาจะไม่ชิมเนื้อตรงกลางเด็ดขาด แต่จะเฉือนแตงโมบริเวณเปลือกออกมาชิมด้วยกับเนื้อ เปลือกแตงโมยิ่งเข้าไปใกล้ตรงกลางเท่าไร แตงโมจะมีรสหวานขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ถ้าชิมเนื้อตรงกลาลูกแตงโมแล้วคิดว่าอร่อยดี เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าชิมส่วนเปลือกของแตงโมแล้วรู้สึกว่าอร่อยเขามั่นใจได้ว่า แตงโมลูกนั้นรสชาติดีแน่ ๆ

สำหรับแอปเปิ้ล เขาเลือกแอปเปิ้ลที่ดูแล้วรู้สึกว่า รสชาติอร่อยน้อยที่สุด มาจากกล่อง 3 ลูก เขาจะชิมลูกแอปเปิ้ลที่ดูแล้วไม่อร่อย 3 ลูก กับลูกแอปเปิ้ลที่ดูแล้วอร่อยที่สุด 1 ลูก สรุปแล้ว อียองสอกต้องชิมทั้งหมด 4 ลูก ดังนั้น ลูกค้าที่มาที่ร้านของหนุ่มโสด สามารถซื้อแอปเปิ้ลรสชาติหวานและอร่อยที่สุด ซึ่งไม่สามารถหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว

13 อียองสอก ไม่เคยซื้อเหมาจ่ายจากผู้ผลิตเลยแม้แต่ครั้ง

เดียว ความจริง พ่อค้าขายส่งหรือพ่อค้าขายปลีก มักทำสัญญากับเกษตรกรเหมา ซื้อผักและผลไม้ ทั้งหมดในราคาถูกจากไร่ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสบายและง่ายมาก สำหรับพ่อค้า เพราะสามารถลดขั้นตอนพ่อค้าคนกลางที่ซับซ้อนจากการหมุนเวียนสินค้าไปจึงทำให้ได้ กำไรเพิ่ม แถมยังซื้อสินค้าจำนวนมากในราคาลดอีกด้วย

14 ทุกคนที่ได้ยินเรื่องของอียองสอก ต่างอยากรู้อยากเห็น

อยากพบ อียองสอก พวกเขาแปลกใจว่า ชายคนหนึ่งได้เป็นมหาเศรษฐีจากการขายผักทั้ง ๆ ที่อายุแค่สามสิบกว่า ๆ เท่านั้นเอง ร้านขายผักของหนุ่มโสด เปิดทำการตั้งแต่ สิบโมงเช้า ถึงหนึ่งทุ่ม ส่วนวันเสาร์ จะปิดเวลาบ่ายสาม และจะหยุดทุกวันอาทิตย์ ร้านจะเปิดเวลานี้ไม่มีเคยผิดเวลา แม้แต่ครั้งเดียว ร้านขายผักของหนุ่มโสดนี้ มีพื้นที่จำกัดเพียง 60 ตารางเมตร กลายเป็นร้านที่มียอดขายสินค้าสูงสุดในเกาหลี โดยเฉลี่ยตามพื้นที่

15 อียองสอก ก็ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร เขาแค่เปลี่ยนวิธีซื้อสินค้า จำนวนมากในราคาถูก มาขายสินค้าจำนวนมาก แต่เป็นสินค้าคุณภาพดีที่สุด ในราคาที่เหมาะสม และได้กำไรสูงสุด ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักที่ถูกต้อง ทำให้ลูกค้าได้สินค้ามีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

16 อียองสอก เห็นว่า การบริการจะต้องใช้จิตวิญญาณ ทักษะและความ ชำนาญ เมื่อเราบริการด้วยความเต็มใจให้ลูกค้าก่อน เราก็จะได้ความรู้สึกดี ๆ กลับมา ร้านนี้จะขายด้วยความสนุกสนาน ทุก ๆ วัน พนักงานขายก็จะเป็น หนุ่มโสดทั้งหมด ส่วนลูกค้าก็มักจะเป็นวัยคุณป้า การค้าขายไม่มีอะไรติดขัดเลย ไม่ว่าผู้คนจะหนาแน่นเพียงใดก็ตาม เพราะแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ กำหนดไว้อย่างชัดเจนนั่นเอง

17 พนักงานเก็บเงิน จะคิดเงินได้รวดเร็วมาก เพราะเขาจะมอง

ตามสินค้าทุกอย่างที่อยู่ในมือลูกค้าตั้งแต่ไกลไว้ก่อน แล้วคิดคำนวณในสมองอย่างรวดเร็ว ลูกค้าทราบเรื่องความรวดเร็วและความเที่ยงตรงอยู่แล้ว นอกจากนี้ เขาก็ไม่ลืมที่จะอธิบายถึงสินค้าทุก ๆ ชนิด อย่างสุภาพด้วย เช่น ผักกาดขาวหัวละเท่าไร หัวไชเท้าถุงละเท่าไร พริกกวารีถุงละเท่าไร ราคารวมทั้งหมดเป็นเท่าไร

18 สมมติว่า มีใครคนใดคนหนึ่งออกกะการทำงาน ก็จะมีอีกคนหนึ่ง เข้า มาแทนตำแหน่งที่ว่างทันที ซึ่งคนมาแทน ก็ทำได้ทั้งสองหน้าที่ ดูเหมือนกับ วิธีของฮิดิงค์ ซึ่งเป็นโค้ชฟุตบอลทีมชาติ ซึ่งทำให้เป็น Multi-Player เล่นได้หลายตำแหน่ง

จุดแตกต่างระหว่างวิธีของฮิดิงค์กับร้านขายผักของหนุ่มโสด คือ จุดที่ไม่ต้องการความสามารถพิเศษอะไร แต่มีพื้นฐานความเชื่อมั่น และการมีมนุษยสัมพันธ์ ต่อกัน ซึ่งสำคัญกว่าความสามารถ มีความเชื่อมั่นว่า ถ้าฉันไม่อยู่ เขาจะทำแทนได้ และมั่นใจว่า ถ้าเขาไม่อยู่ ฉันก็ทำแทนได้เหมือนกัน จุดแตกต่างอีกอย่าง ก็คือ พนักงานซึ่งมีหน้าที่อย่างอิสระจะร่วมกันสร้างคลื่น
จังหวะขนาดใหญ่ด้วยพื้นฐานการมีมนุษยสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นแบบนี้นั่นเองพลังของเชือกที่มองไม่เห็น ผูกต่อ ๆ กันของบรรดาพนักงาน พลังนี้เป็นแหล่งที่รวมพลังที่ทำให้ร้านขายผักของหนุ่มโสด ตื่นเต้นด้วยความสนุกสนานทุก ๆ วัน

19 ร้านขายผักของหนุ่มโสด มีกฎอยู่ข้อหนึ่งคือ การค้าขายที่ไม่มี การลดราคา ราคาสินค้าได้ตั้งไว้เหมาะสมอยู่แล้ว หากลูกค้าที่ไม่ทราบ
กฎเกณฑ์ของร้าน จะขอต่อรองขอลดราคา ก็จะได้รับสินค้าอื่นเป็นของแถมเช่น ถ้าลูกค้าซื้อแอปเปิ้ล และบอกขอลดราคาหน่อย พนักงานจะให้ส้มหนึ่งลูกเป็นของแถม แต่ก็ไม่ทุกครั้งไป

20 จุดแปลกของร้าน ที่่ไม่เหมือนร้านขายปลาอื่นทั่วไปก็คือร้านนี้ไม่มีตู้แช่แข็ง เพราะขายปลาที่ซื้อมาหมดภายในวันเดียว ดังนั้น ตู้แช่แข็งจึงไม่จำเป็น และกลายเป็นผลดีทางการค้า ถือเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
ไม่ใช่เฉพาะปลาเท่านั้น ผักและผลไม้ก็เช่นกัน จะขายหมดภายในวันเดียววันต่อมา ก็มีสินค้าใหม่ที่นำมาจากตลาดตอนเช้ามืด

อียองสอก มีความรู้ความชำนาญที่จะตัดสินใจ เรื่องปริมาณผัก และผลไม้ ที่จะซื้อในวันนั้น เช่น ถ้าโรงเรียนในบริเวณร้านจะไปเข้าค่ายทัศนศึกษา ก็จะมีการซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก เรื่องพยากรณ์อากาศก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่มีผลกระทบกับสินค้าที่จะขายได้

อียองสอกจะสรุปจากสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วกำหนดปริมาณการซื้อในวันนั้นอย่างเช่น ถ้าคาดว่า วันนี้จะขายแอปเปิ้ล 50 กล่อง อียองสอกก็จะซื้อแอปเปิ้ลเพียง 45 กล่อง ถ้าวางแผนไว้ว่าจะขายผักกาดขาว 200 หัว เขาจะซื้อผักกาดขาวเพียง 180 หัวเท่านั้น เป็นต้น

หากมีสินค้าเหลืออยู่บ้างในเวลาที่ร้านปิด ก็จะเอาสินค้าไปเร่ขายร้านอาหารแถวนั้น โดยลดราคาสินค้าลง ร้านอาหารแถว ๆ นั้น ก็ไม่เสียเปรียบอะไร เพราะได้ซื้อผักที่มีคุณภาพดีในราคาถูก

21 ร้านขายผักของหนุ่มโสดเปิดสิบโมงเช้า แต่ก่อนเปิดร้านก็มีลูกค้า มาต่อคิวรออยู่แล้ว ลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ส่วนมากเป็นแม่บ้าน ประมาณ 90 % ดังนั้น พนักงานจะเรียกลูกค้าว่า ‘คุณแม่’ ร้านขายผักของหนุ่มโสด ก็มีพนักงาน ที่เป็นหนุ่มโสด รวมทั้ง อียองสอก เจ้าของร้านด้วย และที่อายุน้อยที่สุด คือ 20 ต้น ๆ และอายุมากสุดก็ 30 ต้น ๆ ‘คุณแม่’ ก็มักชอบผู้ชายหนุ่ม ๆ ที่เป็นพนักงานของร้านหนุ่มโสดเพราะมีเสน่ห์อย่างหนึ่งซ่อนไว้ ทำให้ผู้คนรู้สึกสนุกสนานได้พนักงานขายก็มักจะจดจำลูกค้าและเรื่องราวของลูกค้าได้ดี คำทักทายต่าง ๆ ก็เป็นกันเอง มีอัธยาศัยไมตรีดีต่อกัน พนักงานแต่ละคนมีลูกค้าประจำ ประมาณ
สองร้อยกว่าคน เขาไม่ต้องทำบัตรเพื่อบันทึกข้อมูล รูปร่างหน้าตาของลูกค้าการแต่งตัว พฤติกรรม และเรื่องการสนทนากับลูกค้า และอื่น ๆ พวกเขาจะจำข้อมูลทุกอย่างที่ได้เห็นและได้ยินจากลูกค้าไว้ในสมองทั้งหมด ดังนั้น ข้อมูลที่พวกพนักงานหนุ่มจำนั้น จึงมีประโยชน์มากกว่าข้อมูลที่มีเป็นกระตั๊ก แต่นอนนิ่งอยู่ในบัตรสำหรับดูแลลูกค้า

พนักงานขายก็จะเลือกจำเฉพาะสิ่งที่จำเป็น เช่น จำผลไม้ทุกชนิดที่ลูกค้าชอบเมื่อลูกค้าจะมา เขาก็จะหยิบไว้ให้ก่อนเลย เป็นต้น หรือเมื่อทราบว่าลูกค้าประจำป่วย ก็จะมีกระเช้าผลไม้ที่ชอบ นำไปเยี่ยมทันที และมีบริการส่งถึงบ้านด้วย

22 ผลไม้ก็มีการรับประกันสินค้าด้วย การรับประกันสินค้าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าพอใจสินค้าและการรับประกัน ใคร ๆ ก็อยากกลับมาหาอีกอยู่
แล้ว และร้านก็จะได้รับความภักดีของลูกค้าที่มีต่อร้านค้า สูงขึ้นเป็นธรรมดา

23 ใช่ว่าจะเป็นพนักงานหนุ่มโสดกันได้ง่าย ๆ บางคนมาทำงานได้แค่ วันเดียวก็ยอมแพ้ก็มี บางคนเคยเป็น โปรแกรมเมอร์ เซลส์แมน เจ้าของธุรกิจ ส่วนตัว ผู้จัดการดารา นักกีฬา และนักศึกษา เป็นต้น อียองสอก จะจ้างพนักงาน สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาก็คือ ความซื่อสัตย์ของคน ๆ นั้นคนที่มาทำงานครั้งแรกนั้น อียองสอกตั้งใจจะให้เขาทำงานอย่างหนัก เช่น ทำความสะอาดร้าน บริการส่งสินค้าถึงรถลูกค้า และบริการส่งสินค้าตามบ้าน เป็นต้น ซึ่งเป็นงานไม่มีเกียรติและลำบาก พนักงานต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ แล้วจะสามารถเรียนรู้วิธีการค้าได้อย่างลงตัว

พนักงานขายผัก ถ้าอยากให้ดีกว่านี้ จะต้องรู้วิธีการเลือกผักและผลไม้ที่มีคุณภาพดี รวมถึง เรียนรู้วิธีการให้บริการลูกค้าอีกด้วยเวลาทำงาน อียองสอกจะเอาจริงเอาจัง แต่ด้านมนุษยสัมพันธ์นั้น เขาเป็นคนใจกว้างและเอาใจใส่ดูแลลูกน้องเป็นอย่างดี เหมือนพี่ชายใหญ่ นอกเวลางาน เขาจะอยู่ร่วมกันกับพนักงาน แสดงความเป็นห่วงเป็นใย ราวกับพนักงานเป็นน้องอียองสอก ใส่ใจในสวัสดิการของบรรดาพนักงานเต็มที่ มีการประกันอุบัติเหตุให้ด้วย หากทำงานที่ร้านขายผักหนุ่มโสดมาประมาณหนึ่งปี พนักงานจะสามารถรวมตัวกันไปซื้อสินค้าได้ เมื่อออกไปซื้อสินค้าร่วมกัน ก็หมายความว่า ได้รับการ ถ่ายทอดความรู้ในการซื้อสินค้าจากอียองสอกแล้วด้านการเงิน พนักงานก็ได้รับโบนัสอีกด้วย

พ่อค้าขายผักได้ไปดูงานในต่างประเทศ พนักงานคนหนึ่งทำงานอยู่ที่ร้านขายผักของหนุ่มโสดมาห้าปีแล้ว จนถึงวันนี้ เขาไปดูงานที่ต่างประเทศมาแล้ว 15ประเทศ หากใครทำงานที่นี่สักประมาณ 2 ปี ก็อาจมีโอกาสได้ไปดูงานในต่างประเทศเช่นกัน

24 ในร้านขายผักของหนุ่มโสด จะแบ่งตำแหน่งของพนักงานตาม ประสบการณ์ของแต่ละคน เช่น โค้ช กองหลัง กองกลาง กองหน้า ความจริงแล้ว อียองสอกก็ถือเป็นโค้ชอยู่แล้ว กองหลังเป็นพนักงานที่เริ่ม
ทำงานมา ไม่นานเท่าไร ส่วนกองกลาง คือ พนักงานขายที่เก่งและมี ประสบการณ์มานานพอสมควร และกองหน้า ซึ่งเป็นพนักงานที่รับผิดชอบในการ จัดซื้อสินค้า

25 ไม่ว่าใครก็ตาม อียองสอก จะทำให้พนักงานออกไปเปิดกิจการตัวเองได้ ทั้งนั้น ซึ่งพนักงานไม่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้จากอียองสอกอีก เขาจะสนับสนุน ทุกอย่างที่จะทำให้เปิดร้านได้ รวมถึงค่าเช่าร้านด้วย เท่าที่พนักงานต้องการ แล้วจะผิดหวังกันได้อย่างไรกัน

อียองสอก เมื่อเห็นสีหน้าของพนักงานดูเหนื่อย ๆ เขาจะสั่งให้ลาพักร้อนไปเลยและส่งพนักงานไปเที่ยว แถมจ่ายค่าเดินทางให้พนักงานไปเที่ยวที่ไหนก็ได้อีกด้วย แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่งคือ พนักงานจะต้องกลับมาทำงานต่อแน่ ๆ

อียองสอก ไม่ยอมหยุดงานนี้แม้จะอายุมากแล้ว เพราะเชื่อมั่นว่า การขายผักนั้นสามารถยึดเป็นอาชีพให้กับวงศ์ตระกูลได้ เชื่อมั่นว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่มอบความกระตือรือร้นให้กับคนหนุ่มสาวได้อย่างเต็มที่