กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับ 4 พันธมิตรผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนนอก พร้อมชูไอเดีย “Green SMEs” อัพดีกรีรายย่อยไทยในเวทีโลก

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานหลักจึงต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Town) แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนธุรกิจขนาดเล็กๆ หรือ SMEs มักจะประสบปัญหาไม่มีงบประมาณมากพอในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นของตนเอง

ด้วยเหตุนี้จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานในการดำเนินโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดำเนินโครงการร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (องค์การ UNIDO)

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เร่งให้เกิดการพัฒนาของผู้ประกอบการ SMEs ใหม่ๆ และกลุ่ม Start-up ให้หันมาสนใจการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีสะอาดภายในประเทศ โดยได้รับเงินสนับสนุนในการดำเนินโครงการจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF)กว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 3 ปี

ด้านนายเอ็ดวาร์ด คลาเร็นซ์ สมิท ผู้อำนวยการสำนักงานส่วนภูมิภาคองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิโด้ (UNIDO) กล่าวว่า ยูนิโด้ มองเห็นศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการคิดค้นหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีสะอาด จึงได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายไทยในการลงนามความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดของ SMEs ในประเทศ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี และมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรม (Innvation Eco System) โดยมีกิจกรรมหลักๆ อาทิ การจัดประกวดนวัตกรรม จัดประชุมทางธุรกิจพบปะนักลงทุน ฝึกอบรม Business Clinic กิจกรรม Mock Judging การนำเสนอแผนธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายกับองค์กรต่างๆ ในระดับโลก ซึ่งในปีแรกได้มอบเงินทุนสนับสนุนโครงการกว่า 14 ล้านบาทหรือประมาณ 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการ

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ::  ฐานเศรษฐกิจ